เหตุการณ์ Cloudflare ล่มในวันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 กลายเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ด้านโครงสร้างอินเทอร์เน็ตที่ถูกพูดถึงมากที่สุดของปี เพราะไม่ใช่แค่เว็บไซต์บางแห่งที่ล่ม แต่เป็น “ทั้งระบบนิเวศอินเทอร์เน็ต” ที่ได้รับผลกระทบพร้อมกัน
เว็บไซต์ชำระเงิน ร้านค้าออนไลน์ เครื่องมือ DevOps ระบบล็อกอิน รวมไปถึงแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งบางส่วนมีอาการโหลดไม่ได้ และบางบริการหยุดทำงานไปกว่า 45 นาที
ต้นเหตุของปัญหา
รายงานเบื้องต้นเผยว่าเกิดจากการอัปเดตระบบจัดการเส้นทางเครือข่าย (BGP Route Configuration) ซึ่งผิดพลาด ทำให้การกระจายเส้นทางหลายภูมิภาคหยุดพร้อมกัน ส่งผลให้เส้นทางหลักของอินเทอร์เน็ตไม่สามารถวิ่งผ่านเครือข่ายของ Cloudflare ได้ตามปกติ
เมื่อโครงสร้างที่คนนับล้านใช้ร่วมกันหยุดทำงาน ผลกระทบจึงกระทบหนักแบบลูกโซ่
สรุปผลกระทบหลักที่เกิดขึ้น
| หมวดบริการ | รายละเอียดผลกระทบ |
|---|---|
| DNS Resolver | เว็บไซต์จำนวนมากไม่สามารถแปลโดเมนเนมได้ |
| DDoS Protection | ระบบป้องกันถูกปิด ทำให้ทราฟฟิกถูกบล็อกผิดพลาด |
| Zero Trust Access | องค์กรจำนวนมากไม่สามารถล็อกอินเข้าแอประบบงาน |
| API Routing | แอปมือถือมีอาการเด้งหรือส่งข้อมูลไม่ได้ |
ทำไม Cloudflare ถึงสำคัญต่ออินเทอร์เน็ต?
เพราะ Cloudflare เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานระดับโลกที่ครอบคลุมกว่า 300 เมืองทั่วโลก และเป็นตัวกลางของทราฟฟิกอินเทอร์เน็ตจำนวนมหาศาล ไม่ใช่แค่เว็บใหญ่ แต่รวมถึงเว็บเล็ก เว็บร้านค้า เว็บสตาร์ทอัป และองค์กรอีกจำนวนมาก
จึงไม่แปลกที่เมื่อ Cloudflare มีปัญหา อินเทอร์เน็ตส่วนใหญ่ก็ชะงักตามไปด้วย
ความคืบหน้าล่าสุด
ทีมงาน Cloudflare กู้ระบบกลับมาได้เกือบทั้งหมดในช่วงค่ำ และเตรียมออกเอกสารอธิบายเหตุการณ์แบบละเอียดภายในไม่กี่วันถัดมา
FAQs
Q: เหตุการณ์นี้กระทบบริการทุกประเภทหรือไม่?
A: ส่วนใหญ่กระทบเฉพาะบริการที่ใช้ DNS, CDN และ Zero Trust เป็นหลัก
Q: ผู้ดูแลระบบ (DevOps / IT) ต้องตรวจสอบอะไรเพิ่มเติมไหม?
A: แนะนำให้ตรวจสอบ DNS, API และระบบ Authentication ว่ากลับมาทำงานครบหรือยัง
Q: ปัญหานี้บอกอะไรกับวงการ?
A: ชี้ให้เห็นว่าการพึ่งผู้ให้บริการรายใหญ่เพียงไม่กี่รายมีความเสี่ยง และควรวางแผนสำรองเส้นทาง (Multi-CDN/Multi-DNS)
